9 ค่าพลัง: เครื่องมือประเมินความเข้มแข็งของกลุ่มจัดตั้ง

9 ค่าพลัง: เครื่องมือประเมินความเข้มแข็งของกลุ่มจัดตั้ง

คำว่า “กลุ่มจัดตั้ง” กินความกว้างกว่าการรวมกลุ่มทำกิจกรรมหรือปฏิบัติการเป็นครั้งคราว แต่การเป็นกลุ่มจัดตั้งหมายถึงกลุ่มที่ทำงานจัดตั้งทั้งสองส่วน คืองานจัดองค์กรและงานจัดการศึกษา กลุ่มจัดตั้งจะเติบโตและเข้มแข็งขึ้นก็ด้วยกระบวนการทำงานทั้งสองส่วนนี้อย่างเข้มข้น

เครื่องมือ 9 ค่าพลังนี้เป็นเกณฑ์เบื้องต้นที่จะช่วยชี้วัดระดับความเข้มแข็งของกลุ่มจัดตั้งเพื่อที่จะประเมินได้ว่ากลุ่มเรายังอ่อนด้านใดหรือน่าจะพัฒนาด้านใดเพิ่มขึ้น เห็นเป็นขั้นบันไดที่จะไปสู่เป้าหมายกลุ่มว่าแต่ละขั้นต้องทำอะไรบ้าง

เครื่องมือนี้กลั่นมาจากประสบการณ์การทำงานของบรรดานักจัดตั้งในยุคของเรา ผู้ที่ทำงานจัดตั้งกลุ่มต่างๆ ที่มีบทบาทนำในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในช่วงทศวรรษนี้ ดังนั้นจึงอาจไม่ใช่เกณฑ์วัดที่ดีที่สุดหรือไม่อาจใช้เป็นบรรทัดฐานในการประเมินกลุ่มจัดตั้งในแวดวงการเคลื่อนไหวอื่นๆ ได้ เราเชื่อว่าไม่มีเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะวัดความเข้มแข็งของกลุ่มได้มากไปกว่าการที่แต่ละกลุ่มได้เรียนรู้ ลงมือทำ และถอดบทเรียนด้วยตัวเอง

เกณฑ์ชี้วัด \ คะแนน0123
1. มีประเด็นของตัวเอง มีเป้าหมายที่กลุ่มต้องการบรรลุ มีธงที่กลุ่มจะไปปักธงให้ได้ (ประเด็นตัวเอง 70% + ปชต. 30%)ไม่มีเห็นความสำคัญ กำลังคิดมีแล้วแต่ยังไม่ชัด ยังลองผิดลองถูกอยู่มีแล้ว ทำแล้ว
2. มีกระบวนการทำงานที่เป็นประชาธิปไตย ฟังเสียงทุกคน ไม่ใช้อำนาจเหนือ สร้างอำนาจร่วม พัฒนาอำนาจภายในนำเดี่ยวมีการประชุมแต่รุ่นพี่เคาะใช้การโหวตมีกระบวนการตัดสินใจร่วม *มีกระบวนการแสวงหาฉันทามติ
3. เชื่อมโยงกับขบวนการประชาธิปไตยเป็นเอกเทศ ไม่เชื่อมโยงอธิบายต่อสังคมได้ แต่ยังไม่เชื่อมเชิงรูปธรรม เช่น ยังไม่ได้ปฏิบัติการร่วมไปร่วมเป็นมวลชนมีภารกิจในขบวน เป็นองค์กรร่วมจัด รับภารกิจ
4. เชื่อมโยงกับเครือข่ายในท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายการทำงาน มีเพื่อนทำงาน เช่น เอ็นจีโอ นักธุรกิจ คนเสื้อแดง นักการเมืองฝ่าย ปชต.ไม่มี อยู่โดดเดี่ยวเห็นความสำคัญแต่ไม่มีมีแต่ยังไม่ได้ทำอะไรร่วมกันมีการทำงานร่วม (เชิงประเด็นหรือเชิงพื้นที่ก็ได้)
5. มีสมาชิกชัดเจน 5 คนขึ้นไป พร้อมจะนำได้ (มีแกน) มีความต่อเนื่องในการส่งต่อการทำงาน เช่นมีแกนนำแถว 2 แถว 3 แถว 4 มีบทบาทภารกิจชัดเจน มีการขยายสมาชิก สมาชิกมี commitment กับกลุ่ม มีกระบวนการรีครูตคนเข้ากลุ่ม มีการคัดกรองสมาชิกสมาชิกไม่ชัดเจน นับไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าใช่มั้ย มีการรวมกลุ่มแต่ไม่มีภารกิจ/บทบาทมีสมาชิกชัดเจนอย่างน้อย 5 คนมีสมาชิกชัดเจน 5 คนขึ้นไป และสมาชิกแต่ละคนมีบทบาทมีภารกิจชัดเจนมีสมาชิก 5 คนขึ้นไป มีภารกิจชัดเจน มีแกนแถว 2 แถว 3 มีการทำงานต่อเนื่อง *ทุกคนพร้อมจะเป็นแกนนำได้
6. เป็นพื้นที่ปลอดภัย กลุ่มรับฟังกันและกัน พูดคุยเรื่องที่คุยที่อื่นไม่ได้ เป็นพื้นที่ที่สมาชิกรู้สึกสบายใจที่จะคุย กล้าแสดงความเห็นโดยไม่โดนรุ่นพี่เบรก กล้าเสนอ กล้าทำผิดพลาดโดยไม่โดนทำร้าย มีวัฒนธรรมเคารพกันไม่ชายเป็นใหญ่ ไม่มีการเหยียดเพศหรือ body shaming มีวัฒนธรรมรักษาความปลอดภัยของกลุ่มไม่มีกระบวนการรับฟัง ไม่มีกระบวนการเยียวยา กลุ่มไม่ซัพพอร์ตมีพื้นที่ปลอดภัยมีพื้นที่ปลอดภัย แลกเปลี่ยนได้ทุกเรื่อง มีกระบวนการเยียวยามีพื้นที่ปลอดภัย มีกระบวนการเยียวยา และกลุ่มซัพพอร์ต ดูแลจิตใจ *มีชีวิตรวมหมู่
7. มีกระบวนการออกแบบกิจกรรมที่มุ่งผลลัพธ์ มีตัวชี้วัด ลงมือทำ และมีการถอดบทเรียนไม่มีกิจกรรมคิดแล้วทำเลย ไม่มีการวางแผนมีการออกแบบวางแผนกิจกรรม ตั้งผลผลิต ตัวชี้วัด เป้าหมายชัดเจนมีการออกแบบวางแผนกิจกรรม ประเมินความเสี่ยง ถอดบทเรียน และพัฒนากิจกรรมต่อ
8. มีกระบวนการจัดการศึกษาที่ชัดเจนไม่มี คุยไปเรื่อยเห็นความสำคัญแต่ยังไม่มีแบบแผน ทำไม่เป็น ทำบ้างไม่ทำบ้างมีแผนการจัดการศึกษาชัดเจน แต่ไม่ได้ยกระดับไปต่อมีการออกแบบแผนจัดการศึกษา มีข้อเสนอ บทสรุป ยกระดับความรู้ไปสู่กิจกรรมได้ มีแผนจัดการศึกษาที่มีเป้าหมาย
9. มีทรัพยากรเพื่อบรรลุเป้าหมายไม่มีควักกระเป๋าตัวเองหาทุนเป็นครั้งๆ ระดมทุนเป็นครั้งคราว โปร่งใสในการทำบัญชีการเงินมีทรัพยากรทำงาน อย่างน้อย 1 ปี โปร่งใสในการทำบัญชีการเงิน *มีแผนระดมทุนระยะยาว
รวมคะแนน

0-9 กลุ่มเราน่าจะพูดคุยทบทวนกำหนดทิศทางกันใหม่
10-18 พยายามอีกหน่อยนะ กลุ่มเรากำลังจะได้เลเวลถัดไป
19-23 กลุ่มเราอัพเลเวลแล้วไปต่อไม่รอละนะ
24-27 กลุ่มเราเข้มแข็งสุดๆ น่าจะแบ่งปันบทเรียนของกลุ่มเรากับกลุ่มอื่นๆ ด้วย
* = โบนัส

หมายเหตุ: เครื่องมือนี้เป็นเกณฑ์สำหรับใช้วัดความเข้มแข็งของกลุ่มจัดตั้ง พัฒนาโดย Act Lab ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้กับกลุ่มเพื่อน กลุ่มปฏิบัติการเฉพาะกิจ กลุ่มกิจกรรม กลุ่มทำงาน กลุ่มที่มีฟังก์ชั่นการทำงานด้านใดด้านหนึ่ง หรือกลุ่ม/องค์กรวิชาชีพ

ข้อควรระวังในการใช้เครื่องมือ 9 ค่าพลัง
  • เป็นเกณฑ์เบื้องต้นในการประเมินกลุ่มจัดตั้งที่เข้มแข็งนำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
  • บางข้อขึ้นอยู่กับมุมมอง สมาชิกกลุ่มจึงควรประเมินร่วมกัน
  • ใช้ประเมินทุก 3 เดือน ขึ้นอยู่กับคนที่เอาไปใช้เพื่อปรับแผน ร่วมกันประเมิน 3 เดือนครั้ง
  • สมาชิกกลุ่มอาจให้น้ำหนักแต่ละเรื่องไม่เท่ากันโดยเฉพาะเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องความปลอดภัย เรื่องเพศ ขึ้นอยู่กับแต่ละกลุ่มจะปรับให้เหมาะสม
  • ทำให้กลุ่มต้องทบทวนกรณีคะแนนต่ำว่าจะเพ่ิมเลเวลอย่างไร ทั้งนี้พึงระวังภาวะกดดันจนกลุ่มสูญเสียความเป็นตัวเอง
  • ในหนึ่งหัวข้ออาจมี 5 ระดับก็ได้หรืออาจให้คะแนน 2.5 ก็ได้ เพื่อให้ละเอียดยิ่งขึ้น แล้วแต่การประเมินร่วมกันของสมาชิก
  • แต่ละกลุ่มมีบุคลิกที่แตกต่างกัน เช่น สายบู๊ สายลุย สายซัพ สายโจมตีวงกว้าง ฯลฯ อาจจะต้องเพิ่มตัวชี้วัดที่ละเอียดขึ้น
จาก 9 ค่าพลัง แบ่งออกเป็น 3 หมวดดังนี้

วิธีการเพิ่มความแข้มแข็งและเกณฑ์วัดการเติบโตของกลุ่มจัดตั้ง

เควส = ภารกิจ เพื่ออัพเลเวล หรือวิธีการในการเพิ่มระดับความเข้มแข็งของกลุ่ม

  1. กระบวนการผลักดันหนุนเสริมให้กลุ่มอัพเลเวลขึ้น
  2. เกณฑ์ชี้วัดว่าอัพเลเวลขึ้นแล้ว
หมวด 1วิธีการเพิ่มเลเวลเกณฑ์วัดการเติบโตของกลุ่ม
      1. มีประเด็นร่วม
  • ตั้งเป้าหมายกลุ่มร่วมกัน ภาวะที่พึงปรารถนาของกลุ่มคืออะไร
  • ชวนคุยภาพฝัน
  • ตั้งธง วิเคราะห์ปัญหา หาประเด็นที่กลุ่มรู้สึกเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้โดยมีสัดส่วนประเด็นที่กลุ่มสนใจ 70% กับเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเพื่อ ปชต. 30%
  • คิดกิจกรรมที่ตอบธงของกลุ่ม
  • เผยแพร่ประเด็นของกลุ่มสู่สาธารณะ
  • มีกิจกรรมที่สอดคล้องกับประเด็นของกลุ่ม
  • มีแผนกิจกรรมที่ชัดเจน มีเป้าหมายการทำกิจกรรม
  • มีการเผยแพร่ประเด็นที่กลุ่มทำอยู่สู่สาธารณะ
  • วิธีการได้มาซึ่งประเด็นร่วมจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกคนในกลุ่ม
  • สมาชิกกลุ่มต้องตอบได้ว่ากลุ่มทำประเด็นนี้อยู่
      2. มีกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย
  • ถอดบทเรียน เคลียร์ปัญหา
  • รู้จักตนเอง รู้จักคนอื่น มีวิธีชวนคุย
  • ฝึกทักษะการนำประชุม การฟัง การตั้งคำถาม เพื่อชวนคุยในกลุ่ม
  • บรรยากาศในการประชุม/ในกลุ่มมีความเป็นประชาธิปไตย ทุกคนเท่าเทียมกัน
  • มีบันทึกการพูดคุย บันทึกข้อเสนอเป็นการยืนยันว่าข้อเสนอของทุกคนสำคัญพอที่จะถูกบันทึกไว้ ได้รับการรับฟังไม่ตกหล่นหายไปไหน
  • มีการจัดสรรเวลาให้คนในกลุ่มได้พูด ทุกคนช่วยกันจัดสรรเวลา
  • กำหนดข้อตกลงร่วมกันก่อนการคุยประชุม
  • มีตัวเลือกของข้อเสนอที่หลากหลายมากกว่าสองทางเพื่อโอบอุ้มทุกคนในกลุ่ม
  • มีการกำหนดวาระการพูดคุย
  • มีผลผลิต เป้าหมายของการประชุม
  • ทุกคนเสนอความเห็นได้โดยไม่มีระบบอาวุโส
      7. มีกระบวนการออกแบบกิจกรรมที่มุ่งสู่ผลลัพธ์
  • Logic model ชวนให้เห็นว่ากิจกรรมจะมุ่งผลลัพธ์ยังไง
  • ทำให้เกิดการประชุมต่อเนื่อง ค้นหาโจทย์ที่สมาชิกกลุ่มสนใจ
  • ทำความเข้าใจสภาพกลุ่ม
  • ชวนทดลองทำไปก่อน หล่อเลี้ยงให้สมาชิกอยู่กับกลุ่ม กลุ่มพร้อมซัพพอร์ต
  • ชวนคุยอำนาจ 3 แบบ อำนาจเหนือ อำนาจร่วม อำนาจภายใน
  • เอาเครื่องมือตั้งธงปักดาวไปชวนทำแผน
  • เพิ่มเทคนิคคิดกิจกรรมที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์มากขึ้น ใช้ต้นไม้ปัญหา ต้นไม้ผลลัพธ์ SWOT
  • ให้มีกระบวนการตัดสินใจร่วม สมาชิกต้องมีส่วนออกแบบงานนั้นๆ ด้วยแม้จะคนละหน้างาน
  • มีการเช็กอินเช็กเอาต์ถามความรู้สึก
  • ใช้ 4P ในการออกแบบกิจกรรม
  • สร้างวัฒนธรรมร่วมกัน เช่น เพลง หนังสือ หนัง
  • วางเป้าหมายก่อน ระหว่าง หลังทำกิจกรรม พอทุกคนเห็นบทบาทหน้าที่ตัวเองแล้วก็จะเห็นเป้าหมาย หลังจากนั้นถอดบทเรียนว่าได้ตามเป้ามั้ย
  • เติมทักษะการพูด การฟา การถาม การทวน
  • ผลลัพธ์ที่ออกมาจากการทำกิจกรรมสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้
  • กระบวนการออกแบบผลลัพธ์ต้องสอดคล้องกับปัญหา ผลลัพธ์ถูกออกแบบมาเชื่อมโยงกับปัญหา
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับผลลัพธ์
  • เป้าของกิจกรรมสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่ม
  • ได้บทเรียนไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว เพื่อการเติบโตของกลุ่ม ทุกกิจกรรมที่ทำต้องได้บทเรียนและมีแนวทางการพัฒนากลุ่มต่อไป
  • มีแผนรองรับการจัดการความเสี่ยงในการทำกิจกรรม
หมวด 2วิธีการเพิ่มเลเวลเกณฑ์วัดการเติบโตของกลุ่ม
      5. มีสมาชิกชัดเจน คอมมิตกับกลุ่ม ทำงานต่อเนื่อง
  • หนุนเสริมให้เกิดการหาสมาชิก
  • สร้างระบบรองรับเพื่อนที่จะเข้ามาทำกิจกรรม ระดับต่างๆ เพื่อนใหม่ที่เข้ามาช่วงแรก หาภารกิจที่สมาชิกสนใจเฉพาะ นำไปสู่บทบาทดูภาพรวม ขยายและกระจายกลุ่ม
  • มีแผนพัฒนาระดับความสัมพันธ์ ปรับทุกข์ผูกมิตร
  • มีระบบรับรองสมาชิก เช่นมีเพื่อนมารับรองว่าเพื่อนเราปลอดภัยมีที่มาที่ไปชัดเจน
  • วิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มขาดอะไร พลังงานของกลุ่มขาดบุคลิกแบบไหนที่จะมาเติมเต็มให้กลุ่มแล้วจึงเปิดรับตำแหน่งนั้น
  • วิเคราะห์กลุ่มว่าขาดคนทิศไหนใน 4 ทิศ น่าจะเติมทิศไหน หาบุคลิกที่คิดว่าเชื่อมเพื่อนได้
  • มีการรีครูตคน ค้นหาว่าคนที่เราอยากได้จะไปอยู่ที่ไหนเและราจะเจอเขาได้ที่ไหน
  • เริ่มจากภารกิจเล็กๆ ก่อน
  • จิตใจรับใช้กลุ่ม 4D5ร่วม
  • ใช้แรงงานดี ศึกษาดี สร้างแกนดี สัมพันธ์ดี ร่วมใช้แรงงาน ร่วมกิน ร่วมศึกษา ร่วมทุกข์
  • ความปลอดภัย มีบัตรนักศึกษา
  • กลุ่มมีระบบเศรษฐกิจ/ทรัพยากรพื้นฐานที่รองรับคนได้ กลุ่มมีทรัพยากรพื้นฐานสำหรับภารกิจเล็กๆ กลุ่มมีสวัสดิการพื้นฐานสำหรับสมาชิก มีปัจจัยพื้นฐานที่เอื้อให้เกิดวงคุย
  • มีตัวตนในกลุ่ม มีการเฉลิมฉลอง
  • วัฒนธรรมกลุ่ม มีความใส่ใจ เคารพกันและกัน
  • ความฝันส่วนตัวกับความฝันกลุ่มต้องไปด้วยกัน
  • มีแกนแถวสองที่มีบทบาทชัดเจน
  • มีพื้นที่กลางในการรวมคน ทำให้สมาชิกมาเจอกันพูดคุยกัน
  • มีกระบวนการเชื่อมโยงเป้าหมายส่วนตัวกับเป้าหมายกลุ่ม
  • การรับคนใหม่เกิดจากการรับรองและฉันทามติในกลุ่ม
  • มีบันทึกประวัติ ฐานข้อมูลสมาชิก (เก็บข้อมูลเป็นความลับ)
  • ภารกิจกลุ่มหลากหลายขึ้น เปิดหน้างานได้มากขึ้น
  • สมาชิกกลุ่มเพิ่มขึ้น
  • สมาชิกกลุ่มรู้บทบาทหน้าที่ตัวเอง
  • อัตราไหลออกของสมาชิกน้อยกว่าขาเข้า
  • เลือกคนตามความถนัด แต่มีโอกาสพัฒนาความเชี่ยวชาญบางอย่าง หมุนเวียนเปลี่ยนงานได้
  • รู้จักตัวเอง รู้จุดอ่อนจุดแข็ง
  • สมาชิกอยากชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมของกลุ่ม
  • มีลำดับขั้นของภารกิจที่จะให้สมาชิกตามความยากง่าย
      6. พื้นที่ปลอดภัย
  • สร้างมติร่วมในการอยู่ร่วมกัน ข้อตกลงร่วม การทำค่าย อยู่ร่วมกันในพื้นที่
  • ค่ายเกมเพื่อการพัฒนา
  • ทักษะการฟัง การฟา
  • ทำให้รู้จักกันมากขึ้นด้วยเครื่องมือกราฟชีวิต สายธารชีวิต ภูเขาน้ำแข็ง (วิเคราะห์ปรากฏการณ์ปัญหาชีวิต)
  • การสร้างพลังกลุ่ม มีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เช่น ใช้เกมเพื่อให้เห็นพลังกลุ่ม การเดินป่า เล่นกีฬา การปฏิบัติการด้วยกัน
  • มีการซัพพอร์ตกันเรื่องคดี ประสานช่วยกัน มีคนทำข้อมูล
  • มีบ้าน มีพื้นที่ทางกายภาพให้รวมตัว บ้านที่มีชีวิต บ้านที่มีกิจกรรมอยู่ตลอด
  • พื้นส่วนตัว / พื้นที่ส่วนกลาง หลักสูตรกลาง ที่ทำได้ในบ้าน ทำให้บ้านมีชีวิต มีการจัดการเก็บบ้าน
  • ส่งต่อให้นักบำบัดมืออาชีพ (เช่นบ้านฟื้น)
  • กำหนดความถี่ในการเยียวยา
  • วงเปิดใจ วงสามัคคีวิจารณ์ (คนพาทำ ตัวกลางที่คนยอมรับ)
  • มีกระบวนการรับฟังตัวต่อตัว
  • ทบทวน boundary ของแต่ละคน กราวดิ้ง
  • จริงใจ ดูแลกัน ไว้ใจกัน
  • เปิดพื้นที่ให้ขัดแย้งกันได้
  • กรณีแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ในกลุ่มให้กลับไปดูเป้าหมาย เอางานเป็นตัวตั้ง
  • มีชื่อจัดตั้งเพื่อไม่ให้เกี่ยวโยงถึงครอบครัวได้
  • มีการประเมินความเสี่ยงตลอดทุกกิจกรรม
  • มาหากันบ่อยขึ้น อยากมาเจอกัน ไม่ใช่มาเพราะมีกิจกรรมเท่านั้น
  • มีสมาชิกเพ่ิมขึ้น
  • สมาชิกกลุ่มไม่รู้สึกเคว้งคว้างมีงานทำ
  • แชร์เรื่องส่วนตัวกันได้ แบ่งปันความทุกข์ ความไม่สบายใจ
  • กล้าทำอะไรพิเรนทร์ๆ ไม่เกร็ง สบายๆ
  • กล้าขัดแย้งกัน ขัดแย้งแล้วกลุ่มไม่แตกแต่กลุ่มพัฒนาเติบโตต่อ
  • กลุ่มเกิดบทเรียนจากความขัดแย้ง
  • วงนินทาในกลุ่มน้อยลงจนถึงไม่มีเลย
  • กลุ่มเป็นเบาะรองรับให้กับความผิดพลาด (ทุกคนได้ฝึก ผิดพลาดได้) มีกระบวนการสะท้อนกลับ
  • วิจารณ์กันตรงไปตรงมา
  • ขัดแย้งระดับหลักการ อยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่ถ้าขัดแย้งเรื่องส่วนตัวต้องถูกจัดการในฐานะชีวิตรวมหมู่ (วงสามัคคีวิจารณ์)
  • มีกระบวนการลงโทษ ไม่ปล่อยผ่าน
  • ข้อมูลกลุ่มไม่รั่วไหลสู่คนนอก
  • มีวัฒนธรรมรักษาความปลอดภัยของกลุ่ม
      8. กระบวนการจัดการศึกษา
  • กำหนดเนื้อหาหลักสูตรที่สอดคล้องกับเป้าหมายกลุ่ม
  • มีทีมจัดการศึกษา
  • มีแบบแผน
  • มีรูปแบบการจัดการศึกษา เช่น ดูหนังการเมือง อ่านหนังสือ ชวนไปปฏิบัติ ทำ มีการวางข้อตกลงในการเรียนรู้
  • มีการบันทึกสรุปเนื้อหาความคิดเห็น
  • มีการสรุปเนื้อหา
  • กลุ่มศึกษาต้องเห็นประเด็นร่วมกัน มีความสนใจในประเด็นร่วมกัน
  • ประเมินสมาชิกกลุ่มคนเก่าคนใหม่จะได้จัดแผนให้ตรงกับระดับ
  • จัดวงศึกษาเดือนละครั้ง มีการร่วมจัดวงศึกษาหลักสูตรกลางสำหรับสามกลุ่ม เดือนละครั้ง ประเด็นสนใจเฉพาะกลุ่ม มีหลักสูตรกลาง
  • เนื้อหาหลักสูตร 1. เนื้อหาความรู้ในการวิเคราะห์สังคมนำไปสู่การต่อสู้ 2. การศึกษาเฉพาะประเด็น เช่น 112 โครงสร้างทุนไทย อำนาจนิยม เฟมินิสต์ ฯลฯ เอาไว้วิเคราะห์อำนาจนิยมในโรงเรียน เช่น จะต่อสู้กับโรงน้ำตาลก็ต้องจัดการศึกษาเฉพาะประเด็น 3. จัดการศึกษาในแง่ทักษะต่างๆ
  • วงธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ
  • มีเอกสารอ้างอิงให้ไปศึกษาต่อ ชี้เป้ากระตุ้นเพ่ิมเติม
  • การมี output ของการจัดการศึกษา ศึกษาแล้วมีที่เผยแพร่ มี output ออกมาทุกครั้ง เช่นทำจุลสาร นิทรรศการ
  • เอาคนจากที่อื่นมาแลกเปลี่ยน
  • พากลุ่มไปดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสวนาข้ามกลุ่มข้ามพื้นที่ ช่วยกระตุ้นกลุ่ม
  • มีข้อเสนอจากวงจัดการศึกษา
  • มีการถอดบทเรียนกลุ่มศึกษา ศึกษามาระยะหนึ่งแล้วไปต่อได้มั้ยหรือต้องปรับเปลี่ยนอะไร มีการประเมินผลการเรียนรู้
  • ผลลัพธ์ของการศึกษาสอดคล้องกับเป้าหมาย
  • สมาชิกในกลุ่มสามารถแลกเปลี่ยนแสดงความเห็นในเนื้อหาที่ศึกษาได้
  • สามารถเอาเนื้อหาที่ศึกษาเอามาใช้ในปฏิบัติการได้ เอาสิ่งที่ได้จากการจัดการศึกษาไปปฏิบัติ
  • Active learning มีการถกเถียงเนื้อหาที่จัดการศึกษา ไม่ใช่การสื่อสารทางเดียว เข้าใจอะไรใหม่ เรียนรู้อะไรเพิ่ม
  • ประเด็นจากวงจัดการศึกษา
  • ส่งต่อเชื่อมโยงกับกลุ่มปัญหาได้
  • พื้นฐานที่ควรรู้เช่นประวัติศาสตร์การเมืองไทย การคิดออกแบบยุทธศาสตร์
      9. มีทรัพยากรเพื่อบรรลุเป้าหมาย
  • ขายของ
  • เปิดรับบริจาค
  • เขียนโครงการ
  • ประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่าย
  • ดูแลทรัพย์สิน ดูแลอุปกรณ์ไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว
  • Survey ของบริจาค หาแหล่งทรัพยากร เช่น วัด มูลนิธิ สิ่งของที่ขายได้
  • ทำกับข้าวกินเอง ลดต้นทุน
  • มียุทธศาสตร์ในการหาทุนระดมทุน
  • มีการประเมินกำลังของทรัพยากร
  • ใช้หลักการ 4P ในการขายของหาทุน
  • ประสานแนวร่วม แบ่งปันทรัพยากร ขอเช่าหยิบยืม นัดพบเครือข่ายในท้องถิ่นขอใช้ห้องประชุม ฯลฯ
  • เขียนแผนการเงิน มีแผนการเงิน การใช้จ่าย การลงทุน
  • ใช้แหล่งทุนนั้นๆ กับกิจกรรมนั้นๆ หาแหล่งทุนให้เหมาะสมกับกิจกรรม
  • บังคับให้เปิดบัญชี โปร่งใสตรวจสอบได้
  • จัดอีเวนต์ระดมทุน (เปิดบ้าน จัดคอนเสิร์ต)
  • มีงบคงคลัง
  • ทำสหกรณ์ กลุ่มออมทรัพย์ในกลุ่ม
  • ทำ mapping ว่าในพื้นที่ตัวเองใครอยู่ในระดับไหนบ้าง แผนที่มวลชน องค์กรไหนที่เราสัมพันธ์อยู่
  • มีทักษะการเขียนโครงการ การคุยกับแหล่งทุน
  • มีแผนการใช้ทรัพยากรจากแหล่งทุนต่างๆ ชัดเจนกับกิจกรรมที่วางไว้
  • มีระบบการบริหารจัดการบัญชีทั้งรายรับและรายจ่ายที่สัมพันธ์กัน
  • มีการทำสถิติเก็บข้อมูลค่าบำรุงอุปกรณ์
  • สำนึกว่านี่คือเงินบริจาค
  • กำหนดอัตราส่วนที่จะใช้เงินกองกลาง บางคนไม่กิน มีบทสนทนาที่จะตั้งคำถามว่าเขาให้เงินมาทำสิ่งนี้หรือเปล่า
  • มีข้อตกลงร่วมกันเรื่องการใช้เงิน
หมวด 3วิธีการเพิ่มเลเวลเกณฑ์วัดการเติบโตของกลุ่ม
      3. เชื่อมโยงกับขบวนการประชาธิปไตย
  • มีการอธิบายกลุ่มตัวเองกับขบวน ปชต.
  • มีการวิเคราะห์ขบวนว่ากลุ่มอยู่ตรงไหนของขบวน
  • มีทีมประสานเชื่อมกับขบวน
  • การมีภารกิจ บทบาทหน้าที่ มีปฏิบัติการร่วมกันกับแนวร่วม
  • หาจุดเกาะเกี่ยวเชื่อม ระหว่างเป้าหมายกลุ่มกับเป้าหมายขบวน
  • ท่าทีเชิงอำนาจ ลดอีโก้ตัวเองลง
  • ตระหนักว่าเราคือส่วนหนึ่งของขบวน
  • ตั้งเป้าหมายร่วม
  • กำหนดจังหวะการเคลื่อนไหวและกำหนดภารกิจร่วมกับคนอื่น
  • ขยายความสามารถร่วมกันของกลุ่ม ทำให้ทุกกลุ่มเป็นผลรวมของ 1 + 1 > 2
  • ตระหนักว่าเราไม่ใช่เห็บเหาของขบวน เราคือองคาพยพหนึ่งของขบวน
  • รับฟังข้อกังวล ยอมรับข้อจำกัดเพื่อน ไม่ใช้ท่าทีกดดัน
  • การคุยเตรียมไม่ใช่การล็อบบี้
  • ไม่ต้องเป็นนางแบก ไม่ต้องดีเฟนต์
  • เราช่วยเขาเขาช่วยเรา เอาแรง วัฒนธรรมเอามื้อเอาแรงหนุนเสริมกัน
  • มีขบวนการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ที่ไม่ทิ้งตัวตนของกลุ่ม
  • มีการรับภารกิจร่วมกับเครือข่าย มีส่วนร่วมในการคุยการออกแบบและกำหนดภารกิจร่วมกัน
  • สามารถติดต่อประสานเครือข่ายได้ไม่ถูกปฏิเสธ
  • พูดคุยถกเถียงแลกเปลี่ยนได้อย่างสนิทใจ
  • มีการเคลื่อนไหวในระดับภาคที่เข้มแข็ง
  • การข้ามกลุ่มข้ามจังหวัดทำให้การทำงาน
  • ตัวแทนกลุ่มเข้าร่วมพูดคุยอัปเดตกับขบวนอย่างต่อเนื่อง สามสี่เดือนครั้ง ให้รับรู้ว่ากลุ่มไหนทำอะไรอยู่
  • เสียงที่เท่ากันของกลุ่ม ในฐานะส่วนหนึ่ง
  • เตรียมประเด็นก่อนประชุม
  • มีการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการประชุมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ
      4. เชื่อมเครือข่ายในท้องถิ่น มีเพื่อนทำงาน
  • เดินสายเชื่อมเครือข่าย
  • หาประเด็นกลุ่มเราไปคุยเชื่อมกับเขา (ประเด็นกลุ่ม)
  • ทำสายรุ้งพันธมิตร ทำ mapping เราจะได้มีแผนไปหาคน กำหนดท่าทีเรา
  • ทำความเข้าใจสภาพพื้นที่นั้นๆ
  • มีฐานความรู้ประเด็นพื้นที่ไปคุย เครือข่ายไหนทะเลาะกับเครือข่ายไหน
  • เกาะติดมิตร เกาะติดศัตรู เกาะติดภูมิประเทศ
  • มีการคุยกับกลุ่มก่อนไปลงมติร่วมกับเครือข่าย
  • ไม่เป็นภาระเครือข่าย
  • สรุปรายงานให้เพื่อนฟังโดยคนที่ไปเชื่อมเครือข่าย
  • สำนึกว่ากลุ่มเดียวไม่ชนะแต่ต้องรวมกัน
  • การเชื่อมเครือข่ายไม่ได้เชื่อมด้วยวงประชุมอย่างเดียวแต่เชื่อมด้วยการไปเยี่ยมเยือน
  • มีหลายช่องทางในการเชื่อมเครือข่าย เช่น แชร์เพจ
  • รู้จักเครือข่าย เชื่อมองค์กรเพื่อนในภูมิภาคกลุ่มละอย่างน้อย 5 องค์กร
  • มีกิจกรรมร่วมกับเครือข่าย
  • เกิดการข้ามเครือข่าย
  • เชื่อมโยงดาวธงหากันได้
  • เครือข่ายมีการเอามื้อเอาแรงกัน
  • มีการค้นหาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อค้นหาประเด็นเชิงโครงสร้าง
  • มีการผลักดันประเด็นร่วม / ปัญหาเชิงโครงสร้างร่วมกัน
Act Lab | Activist Laboratory Thailand
ห้องทดลองนักกิจกรรม | พื้นที่ทดลองไอเดียใหม่ๆ ในการเคลื่อนไหวทางสังคม
Download PDF